บทความทั้งหมด
รู้จักคลาส· อ่าน 8 นาที

Cardboard Class คืออะไร ทำไมงานกระดาษถึงต้องใช้เครื่องตัด

คลาสออกแบบและประกอบชิ้นงานจากกระดาษลูกฟูก สำหรับน้อง 5–14 ปี ตั้งแต่ร่างแบบจนถึงตกแต่งเสร็จ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง รอบละไม่เกิน 6 คน

หัวฉลามกระดาษลูกฟูกที่ใส่ได้จริง

เด็กที่ชอบต่อเลโก้ ชอบรื้อกล่องพัสดุมาทำอะไรสักอย่าง ชอบถามว่าของชิ้นนี้ข้างในเป็นยังไง — เด็กกลุ่มนี้มักไม่ค่อยอินกับการนั่งวาดรูปเท่าไหร่ แต่พอให้ของที่ประกอบได้ปุ๊บก็เงียบไปสองชั่วโมง

Cardboard Class ทำมาเพื่อเด็กกลุ่มนี้โดยเฉพาะค่ะ

เป็นคลาสที่น้อง ออกแบบชิ้นงานสามมิติของตัวเองจากกระดาษลูกฟูก แล้วลงมือทำจริงตั้งแต่ร่างแบบ ตัด ประกอบโครงสร้าง จนถึงตกแต่งให้เสร็จเป็นชิ้น ใช้เวลา 2 ชั่วโมง สำหรับอายุ 5–14 ปี รอบละไม่เกิน 6 คน ตอนนี้เปิดที่ [สาขาแบริ่ง (บางนา)](/branches/bangna) เท่านั้น

ทำไมต้องมีเครื่องตัด

คำถามแรกที่ผู้ปกครองถามเสมอ เพราะฟังดูแล้วงานกระดาษน่าจะใช้กรรไกรก็พอ

ลองนึกภาพเด็กเจ็ดขวบตัดกระดาษลูกฟูกหนา ๆ ให้เป็นเส้นตรงดูค่ะ กว่าจะได้ชิ้นเดียวก็เมื่อยมือแล้ว และขอบที่ออกมามักไม่ตรงพอจะประกบกับชิ้นอื่นได้พอดี พองานเริ่มไม่เข้ากัน เด็กส่วนใหญ่ก็เลิกสนใจไปก่อนจะได้เห็นของตัวเองตั้งขึ้นมาจริง ๆ

เครื่องตัดที่สตูดิโอใช้เป็นเครื่องจากอเมริกา หน้าที่ของมันคือตัดตามแบบที่น้องออกแบบไว้ให้แม่น เพื่อให้เวลาสองชั่วโมงถูกใช้ไปกับส่วนที่เป็นการเรียนรู้จริง — การคิดแบบ การแก้ปัญหาโครงสร้าง และการตกแต่ง

เครื่องไม่เป็นอันตรายต่อมือเด็ก น้องใช้เองได้โดยมีครูดูแลอยู่ข้าง ๆ ตลอด ไม่ใช่เครื่องที่เด็กต้องยืนดูอยู่ห่าง ๆ แล้วรอครูทำให้

และตรงนี้เองที่มีของแถมที่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านไม่ได้คาดไว้ — การได้ใช้เครื่องเองช่วย ฝึกการประสานงานระหว่างมือกับสายตา ได้ดีมาก เพราะน้องต้องวางแผ่นกระดาษให้ตรงแนว กะตำแหน่งให้ตรงกับแบบที่ร่างไว้ แล้วสั่งมือให้ขยับตามที่ตามองเห็น ทำซ้ำทีละชิ้นจนครบ

ทักษะประสานมือกับตานี่แหละที่เป็นพื้นฐานของอีกหลายอย่างในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเขียนหนังสือไปจนถึงการเล่นกีฬา

เครื่องตัดไม่ได้ออกแบบแทนน้อง น้องเป็นคนคิด ร่างแบบ และเดินเครื่องเอง เครื่องแค่ทำส่วนที่แรงมือเด็กทำเองไม่ไหว
น้องเดินเครื่องตัดเอง โดยมีครูดูแล
น้องเดินเครื่องตัดเอง โดยมีครูดูแล

ในหนึ่งคลาสได้ทำอะไรบ้าง

ลำดับงานเหมือนที่นักออกแบบจริงทำงาน — คิดก่อน แล้วค่อยลงมือ

เริ่มจากออกแบบและร่างแบบ ว่าจะทำอะไร แล้วแปลงความคิดนั้นให้เป็นแบบที่ตัดได้จริง จากนั้นก็ตัดออกมาเป็นชิ้นส่วน

ร่างแบบลงบนแผ่นกระดาษก่อนตัด
ร่างแบบลงบนแผ่นกระดาษก่อนตัด

แล้วก็ถึงขั้นที่สนุกและกวนใจที่สุดพร้อมกัน คือ การประกอบ เพราะแบบที่วาดบนกระดาษแบน ๆ กับของที่ตั้งขึ้นมาจริงไม่เหมือนกันเสมอไป ชิ้นไหนไม่พอดีก็ต้องกลับไปแก้แบบ

ปิดท้ายด้วยการตกแต่ง ลงสี เก็บรายละเอียด จนเป็นชิ้นงานที่เอากลับบ้านได้

ประกอบชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน
ประกอบชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน

ต่างจากคลาสวาดรูปยังไง

ต่างกันตรงที่ งานสามมิติไม่ยอมให้เด็กข้ามขั้นตอนคิด

เวลาวาดรูป ถ้าเส้นไม่สวยก็ลบแล้ววาดใหม่ตรงนั้นได้เลย แต่งานประกอบไม่ใจดีขนาดนั้น ฐานแคบไปนิดเดียว ชิ้นงานก็ล้ม และมักจะล้มตอนที่ทำมาได้ครึ่งทางแล้ว

นาทีที่งานล้มนั่นแหละที่น่าสนใจที่สุด เพราะน้องต้องย้อนกลับไปคิดเองว่าพลาดตั้งแต่ขั้นไหน แล้วแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่เอามือไปพยุงไว้ ครูอยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยตั้งคำถาม ไม่ใช่เพื่อซ่อมงานให้

ทักษะนี้คือสิ่งที่เด็กหลายคนไม่ได้จากการวาดรูปอย่างเดียว และเป็นเหตุผลที่เราเปิดคลาสนี้ขึ้นมา

เด็กที่เรียน Young Designer อยู่แล้วมาลงได้ไหม

ได้ค่ะ และเป็นกลุ่มที่เข้าทางที่สุด น้องที่คุ้นกับการวางแผนชิ้นงานมาแล้วจาก Young Designer จะต่อยอดเข้ากับงานโครงสร้างได้เร็วมาก

คลาสนี้ใช้เครดิตร่วมกลุ่มเดียวกับ Young Designer แปลว่าน้องที่มีคอร์ส Young Designer อยู่แล้ว เอาครั้งที่เหลือมาลง Cardboard Class ได้เลย ไม่ต้องซื้อคอร์สใหม่ รายละเอียดสอบถามแอดมินได้ค่ะ

ไม่เคยทำงานประดิษฐ์มาก่อนเลย เริ่มได้ไหม

เริ่มได้ ไม่ต้องมีพื้นฐาน หน้าที่ของครูคือช่วยแปลงไอเดียในหัวน้องให้กลายเป็นแบบที่ทำได้จริงในสองชั่วโมง

น้องเล็ก 5–7 ปีจะเริ่มจากโครงที่ไม่ซับซ้อน ส่วนน้องโตได้ออกแบบที่มีชิ้นส่วนขยับได้หรือมีหลายชั้น ครูดูแลใกล้ชิดตลอดคลาส และรอบละไม่เกิน 6 คน จึงมีเวลาไปนั่งลงช่วยตอนใครสักคนติดปัญหาโครงสร้าง

อยากลองต้องทำยังไง

ทักแอดมิน เพื่อเช็กรอบว่าง หรือดู คลาสทั้งหมด และ ผลงานของน้อง ๆ ประกอบก่อนตัดสินใจได้เลยค่ะ

อยากคุยกับเราเพิ่มเติม

เลือกคลาสไม่ถูก จองรอบ หรือถามอะไรก็ได้ — ทักแอดมินมาได้เลยค่ะ

อ่านต่อ